กีฬาโอลิมปิคจัดขึ้นครั้งแรกที่ใด 

 กีฬาโอลิมปิก มีการจัดการแข่งขันติดต่อยาวนานกว่า 1,200 ปี จนในปี ค.ศ.393 จักรพรรดิเทออดอซิอุสมหาราช แห่งอาณาจักรโรมันได้ประกาศยกเลิกการแข่งขัน เนื่องจากพระองค์พบว่าได้มีการว่าจ้างนักกีฬาเพื่อหวังเงินรางวัล รวมทั้งมีการพนันเกิดขึ้นอีกด้วย ทำให้ กีฬาโอลิมปิกโบราณ ถูกยกเลิกไปยาวนานกว่า 15 ศตวรรษเลยทีเดียว

สำหรับประวัติของการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ เริ่มต้นในปีค.ศ. 1889 โดยบารอน ปีแยร์ เดอ กูแบร์แต็ง (Pierre de Coubertin) ซึ่งเป็นขุนนางที่เกิดในกรุงปารีส เป็นผู้ที่มีความชื่นชอบในกีฬายิมนาสติก เรือพาย และการขี่ม้า นอกจากนั้นเขาก็ยังมีความสนใจเรื่องราวในอดีต

ทั้งประวัติศาสตร์ ปัญหาทางการเมือง สังคม ขุนนางท่านนี้ได้เริ่มหาความร่วมมือจากประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกาและในประเทศฝรั่งเศสเอง เพื่อให้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเขาใช้เวลานานกว่า 4 ปี โดยในวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1892 จึงได้เริ่มมีการฟื้นฟูกีฬาโอลิมปิกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง สองปีต่อมาขุนนางท่านนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการ กีฬาโอลิมปิกสากล ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1894 โดยมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 204 ประเทศจากทั่วโลก

หลังจากนั้นกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ จึงได้เริ่มขึ้นในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1896 โดยเป็นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกของโลกที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกีฬาโอลิมปิกอยู่แล้ว โดยมีประเทศที่เข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกกว่า 15 ประเทศ

และได้กำหนดให้มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทุก ๆ 4 ปี โดยประเทศสมาชิกจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันต่อเนื่องมาจึงถึงปัจจุบัน และสำหรับ การแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ รางวัลแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ อันดับหนึ่งจะได้รับเหรียญทอง อันดับสองจะได้รับเหรียญเงิน และอันดับสามจะได้รับเหรียญทองแดง ส่วนอันดับที่สี่ถึงอันดับที่หกก็จะได้รับประกาศนียบัตรการเข้าร่วมการแข่งขัน และก่อนเริ่มการ แข่งขันกีฬาโอลิมปิก นั้น ก็จะมีการจุดคบเพลิงหรือเรียกกันว่า คบเพลิงโอลิมปิก ซึ่งนั่นก็เพื่อเป็นการแสดงถึงความสว่างไสว และเป็นสัญญาณประกาศให้รู้ว่าการเฉลิมฉลองกีฬาโอลิมปิกได้เกิดขึ้นแล้ว

 

5ประเทศกับพิธีเปิดโอลิมปิกที่ดีที่สุดตลอดกาล

กีฬาโอลิมปิก เจ้าภาพต้องทุ่มทุนสร้างอย่างเต็มที่กับ พิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก ทั้งความคิดสร้างสรรค์และกำลังทรัพย์ เพื่อให้พิธีเปิดของตัวเองนั้นซาบซึ้งตรึงใจสายตานับล้าน ๆ คู่ ทั่วโลก วันนี้เราจะมานำเสนอ  5ประเทศและพิธีเปิด โอลิมปิกที่ดีที่สุด ตลอดกาล ของชาวโลก 

  1. ปักกิ่ง (จีน) ปี 2008

นอกจากพลุที่ตระการตาแบบสุด ๆ พิธีเปิด ปักกิ่ง เกมส์ ยังมีอีกหลายเหตุผลที่คู่ควรกับการได้รับยกย่องให้เป็นพิธีเปิดที่ดีที่สุดของ มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ทั้งดนตรี, การแสดง และการสร้างสรรค์งานศิลปะ ทุกอย่างที่ผู้ชมคาดหวังจะได้เห็นจากการเป็นเจ้าภาพของจีน

ถูกนำมาเสนอแบบไม่มีอั้น ทั้งกายกรรม, การตีกลองแบบโบราณอย่างพร้อมเพรียงของนักแสดงหลายร้อยคน และการเขียนตัวอักษรจีนโดยใช้พู่กันมนุษย์ เหล่านี้ฝ่ายจัดนำเสนอออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะการจุดกระถางคบเพลิงที่ให้ หลี่ หนิง ตำนานนักยิมนาสติกของจีน เหาะเหินเดินอากาศรอบสนามราวกับดูหนังจีนกำลังภายในเลยทีเดียว

  1. ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) ปี 2000

ผู้กำกับการแสดงสรรค์สร้างพิธีเปิดที่ซิดนีย์ให้ออกมาสวยงาม แสดงถึงความหลากหลายด้านภูมิประเทศและวัฒนธรรมของประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งสมบูรณ์แบบสำหรับการชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์ไม่ว่าจะเป็นการจัดขบวนม้ากว่า 120 ตัว ให้เป็นรูปห่วงโอลิมปิก และการเปลี่ยนพื้นสนามให้กลายเป็นแนวปะการัง Great Barrier Reef อันโด่งดัง โดยมี เคธี่ ฟรีแมน นักกรีฑาเชื้อสายอะบอริจินเป็นผู้จุดกระถางคบเพลิงโอลิมปิกในน้ำก่อนที่กระถางจะยกตัวขึ้นไปประดิษฐานบนจุดสูงสุดของสนาม

  1. แอตแลนตา (สหรัฐฯ) ปี 1996

ทั้งในส่วนของขบวนพาเหรด (วงโยธวาทิตเดินสวนสนาม, ขบวนเชียร์ลีดเดอร์, ขบวนรถปิกอัพ) และส่วนที่พาย้อนอดีตแดนใต้ของสหรัฐฯ (พร้อมกับบทเพลง Georgia on My Mind ของวง กลาดีส์ ไนท์) พิธีเปิดสำหรับการฉลองครบรอบศตวรรษของโอลิมปิกสมัยใหม่ตอบรับความฟุ่มเฟือยจากบาร์เซโลน่าได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันการจุดคบเพลิงครั้งนี้ ยังถือเป็นครั้งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลกมากที่สุด เพราะแม้จะไม่ได้มีเทคนิคตระการตา แต่ภาพของ มูฮัมหมัด อาลี ตำนานนักชกที่ถูกโรคพาร์กินสันคุกคามถือคบเพลิงโอลิมปิก ค่อย ๆ เดินไปจุดไฟที่กระถาง กลายเป็นภาพแห่งความทรงจำที่ถูกพูดถึงมาจนปัจจุบัน

  1. ลอนดอน (สหราชอาณาจักร) ปี 2012

เมื่อเทียบกับการได้จัดพิธีเปิดหนแรกเมื่อปี 1948 ที่ดูเป็นทางการและต้องรัดเข็มขัดจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ลอนดอน เกมส์ ปี 2012 มีสไตล์ที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง แดนนี่ บอยล์ (Trainspotting, Slumdog Millionaire)ผู้กำกับระดับรางวัลออสการ์

ถ่ายทอดพิธีเปิดออกมาโดยอุทิศให้กับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงลอนดอน พร้อมสอดแทรกอารมณ์ขัน มีทั้งรถบัสสองชั้น, Mr. Bean ดาวตลกชื่อดังที่ขโมยซีนวง London Symphony Orchestra รวมทั้งการให้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ร่วมแสดงในหนังสั้นกับ แดเนียล เคร็ก เจ้าของบทบาท เจมส์ บอนด์ สายลับ007 ก่อนกระโดดร่มลงสู่สนามเวมบลีย์ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก (ผู้รับหน้าที่แสดงแทนในฉากเฮลิคอปเตอร์คือ จูเลีย แม็คเคนซี่ นักแสดงหญิงรุ่นเดอะ และมี แกรี่ คอนเนรี่ นักแสดงเสี่ยงตายรับหน้าที่กระโดดร่มแทน)

  1. บาร์เซโลน่า (สเปน) ปี 1992

บาร์เซโลน่าคือหนึ่งในพิธีเปิดที่สร้างความบันเทิงเริงใจได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหุ่นกระบอกขนาดมหึมา, ผู้ชมกว่า 67,000 ในสนาม และ การจุดกระถางคบเพลิงด้วยการยิงธนูของ อันโตนิโอ โรเบลโล่ นักกีฬาพาราลิมปิก ซึ่งแม้จะน่าเสียดายที่ไม่ได้เห็น เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ ตำนานนักร้องนำของวง Queen ขึ้นแสดงสดในเพลง Barcelona ร่วมกับ มอนเซร์ราต กาบาลเล่ เนื่องจากเจ้าตัวเสียชีวิตในปี 1991 แต่แค่นำเพลงมาเปิดประกอบในพิธีก็ให้ความรู้สึกทรงพลังไม่แพ้กัน

 

กีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน 2008

กีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน2008 ที่จัดขึ้นในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนนั้น เป็นกล่าวขานว่า มีพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา  เป็นการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ครั้งที่ 29 จัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง ฮ่องกง ชิงเต่า ชิงหวงเต่า เซี่ยงไฮ้ และเสิ่นหยาง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม (การแข่งขันฟุตบอลจัดขึ้นในวันที่ 6 สิงหาคม) ถึง 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ตามมาด้วยพาราลิมปิกฤดูร้อน 2008 ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน ถึงวันที่ 17 กันยายน การแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ถือเป็นการแข่งขันครั้งที่สามที่มีเจ้าภาพอยู่ในทวีปเอเชีย (ครั้งที่หนึ่ง ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2507 และครั้งที่สอง ณ โซล ประเทศเกาหลีใต้ พ.ศ. 2531) โดยพิธีเปิดได้เริ่มขึ้นในเวลา 20 นาฬิกา (8 นาฬิกาตอนกลางคืน) 8 นาทีตามเวลากรุงปักกิ่ง (19 นาฬิกา 8 นาที ตามเวลาแห่งประเทศไทย) โดยเลข 8 นี้เป็นเลขนำโชคของชาวจีนซึ่งเชื่อกันว่าเลข 8 เป็นเลขมงคลมากที่สุด เพราะออกเสียงคล้ายกับคำว่า ฟา (/) ที่หมายถึง ร่ำรวย 12 สิงหาคม 2551 – 31 ตุลาคม 2551

นายหวัง ฉีซัน นายกเทศมนตรีนครปักกิ่งกล่าวเสริมว่า หากพิธีเปิดงานสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี ก็ถือว่าการจัด งานกีฬาโอลิมปิก ในครั้งนี้สำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว โดยทางจีนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อแสดงศักยภาพของตนให้ปรากฏแก่ชาวโลก ซึ่งอาจเรียกกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ได้ว่าเป็น “อภิมหาโอลิมปิก” เลยก็ว่าได้

สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง

ศูนย์กลางการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 อยู่ที่สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “รังนก” เนื่องจากรูปแบบโครงสร้างที่คล้ายรังนก การสร้างสนามกีฬาเริ่มขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2546 เดิมทีทางการจีนมีแผนที่จะใช้สนามกีฬาแห่งชาติกวางตุ้งเป็นสถานที่แข่งขันโอลิมปิก

ดังนั้นสนามกีฬาแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นและเสร็จในปี พ.ศ. 2544 ทว่าทางการจีนเปลี่ยนการตัดสินใจและสร้างสนามกีฬาแห่งชาติใหม่ในปักกิ่ง[3] ต่อมาทางการจีนเปิดการแข่งขันออกแบบสนามกีฬาแห่งชาติที่จะสร้างขึ้นใหม่ในปักกิ่ง บริษัทสัญชาติสวิส Herzog & de Meuron Architekten AG

ในความร่วมมือกับกลุ่มออกแบบและค้นคว้าสถาปัตยกรรมจีนชนะการประกวด โดยสนามกีฬามีลักษณะเป็นโครงคอนกรีตคล้ายตาข่ายและจะสามารถจุผู้คนได้ถึง 90,000 คนในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิก โดยเดิมสถาปนิกพรรณาถึงลักษณะการออกแบบที่คล้ายคลึงกับรังนกพร้อมด้วยรูโล่งอันใหญ่โตที่มีเพดานสนามที่หดตัวด้วยเหนือสนามกีฬา อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. 2547 ความคิดที่ให้มีเพดานสนามที่หดตัวได้ถูกยกเลิกไปเพราะเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัย สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่งจะเป็นสถานที่ที่ทำพิธีเปิดและปิดโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 เช่นเดียวกับเป็นสถานที่แข่งขันกรีฑาและฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศ