กีฬา ปิงปอง คืออะไร

 กีฬา ปิงปอง หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เทเบิลเทนนิส กีฬาปิงปอง เป็นกีฬาโดยมีผู้เล่นสองหรือสี่คน ซึ่งยืนเล่นกันคนละด้านของโต๊ะปิงปอง โดยตีลูกโต้กันให้ข้ามตาข่ายเน็ตกั้นกลางโต๊ะปิงปองไปมา ผู้เล่นมีสิทธิ์ให้ลูกบอลเด้งกระดอนตกพื้นโต๊ะฝั่งตนเองได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น แล้วจึงตีโต้ข้ามฟากให้เด้งกระดอนไปกระทบกับพื้นโต๊ะฝ่ายตรงข้าม ถ้าลูกไม่กระทบกับพื้นโต๊ะของฝ่ายตรงข้ามก็ถือว่าเสีย แต่ถ้าเป็นลูกดีฝ่ายตรงข้ามก็จะตีโต้กลับมาฝั่งเรา เทเบิลเทนนิสเป็นเกมที่โต้รับกับอย่างรวดเร็ว ผู้เล่นที่มีฝีมือสามารถตีลูกสปินได้ ทำให้ปิงปองนั้นหมุนเร็ว ซึ่งจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับได้ยากยิ่งขึ้น

เทเบิลเทนนิสเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออก และเมื่อเทียบกันกับกีฬาชนิดอื่นแล้วปิงปองถือว่าเป็น กีฬาที่ได้รับความนิยม อย่างยิ่ง ในฐานะที่เป็นกีฬาชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

เทเบิลเทนนิสเป็น กีฬาโอลิมปิก โดยมีผู้เล่นสองหรือสี่คนตีลูกบอลกระทบหน้าไม้หรือหลังไม้ให้ข้ามไปยังอีกฝากหนึ่งของโต๊ะ ซึ่งคล้ายกับกีฬาเทนนิส กฎกติกามีความแตกต่างกันบ้าง แต่มองภาพรวมแล้วเทเบิลเทนนิสกับเทนนิสมีลักษณะคล้ายกัน ในเกมเดียว ไม่จำเป็นต้องตีลูกบอลให้ข้ามไขว้จากฝั่งขวามือของผู้ส่งไปยังฝั่งขวามือของผู้รับ(หรือซ้ายมือผู้ส่ง ไปยังซ้ายมือของผู้รับ)เหมือนกับเทนนิส อย่างไรก็ดี การเสิร์ฟไขว้ในลักษณะนั้นจำเป็นต้องมีในเกมเล่นคู่ ลูกสปิน ลูกเร็ว ลูกหยอด ซึ่งกลยุทธ์และเทคนิคการเล่นก็มีความสำคัญสำหรับเกมแข่งขันที่มีการชิงชัยชนะความเร็วของลูกบอลนั้นเริ่มจากการพุ่งด้วยความเร็วต่ำๆ ไปจนถึงการพุ่งด้วยความเร็วสูง ๆ โดยเฉพาะในลูกสปิน ซึ่งสามารถทำความเร็วได้ที่ 112.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 69.9 ไมล์ต่อชั่วโมง

กีฬาเทเบิลเทนนิสมักใช้เนื้อที่ในการเล่นทางยาวประมาณ2. เมตร ทางกว้างประมาณ 1.525 เมตร และสูงจากพื้นราวเอวประมาณ 0.76 เมตร แต่ทางสมาพันธ์ กีฬาเทเบิลเทนนิสสากล กำหนดไว้ว่าต้องมีเนื้อที่เล่นทางยาวไม่น้อยกว่า 14 เมตร ทางกว้าง 7 เมตร และสูงจากพื้นประมาณ 5 เมตร สำหรับเกมการแข่งขัน ไม้ตีปกติแล้วมีแผ่นยางบางติดอยู่หน้าไม้ ยางมีปุ่มเล็กๆอยู่ด้านหนึ่ง เป็นชั้นบาง ๆอยู่ระหว่างตัวไม้ตีกับผิวหน้าฟองน้ำรองหน้าไม้อีกชั้นหนึ่ง ตั้งแต่การเล่นสปินได้เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในกีฬาเทเบิลเทนนิสของปัจจุบัน ได้มีการปรับคุณภาพของตัวยาง ฟองน้ำ และวิธีการประกอบยางเข้ากับตัวฟองน้ำ เพื่อเพิ่มความเร็วและอัตราการหมุนของลูกจากปกติ ส่วนเทคนิคการปรับเพิ่มคุณภาพอย่างอื่นได้แก่ การใช้คาร์บอนหรือวัสดุสังเคราะห์อื่นเข้ามาประกอบกัน เพื่อทำให้เพิ่มความแม่นยำในการตีลูกให้มากขึ้นลูกบอลที่ใช้ในกีฬาเทเบิลเทนนิสมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 มม. มักทำมาจากเซลลูลอยด์และมีด้านในกลวง ๆ ตราสามดาวที่ติดอยู่บนลูกบอล หมายถึง คุณภาพที่ดีเยี่ยมของลูกนั้นเองเมื่อเปรียบเทียบกับลูกอื่น ๆ วิธี การ เล่น ผู้ชนะ คือ คนที่ทำแต้มได้ 11 คะแนนก่อน และมีการเปลี่ยนเสิร์ฟลูกในทุกๆ 2 แต้ม หากมีผลการแข่งกันเป็น 10-10 ผู้เล่นสลับกันเสิร์ฟ(และผู้เล่นชนะ คือคนที่ทำคะแนนได้ 2 แต้มติดต่อกัน) เกม 11 คะแนน เป็นเกมการแข่งขันที่ได้มีขึ้นจากสมาพันธ์กีฬาเทเบิลเทนนิสสากล(ITTF) การเปลี่ยนแปลงนี้ได้มีขึ้นในปี ค.ศ. 2001 ทุกเกมที่เล่นกันในระดับชาติหรือระดับทัวร์นาเม้นต์สากลมักเป็นเกม 11 คะแนน ส่วนระดับชิงแชมป์เป็นเกม 7 คะแนน และในระดับที่ย่อมลงมาเป็นเกม 5 คะแนน

 

ประวัติ กีฬา ปิงปอง 

  ที่คุณผู้อ่านกำลังหาข้อมูลนี้ อย่างที่ทราบแล้วว่า กีฬา ปิงปอง จัดเป็นกีฬาสันทนาการที่มีความท้าทายผู้เล่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องมีไหวพริบและความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวร่างกายพอสมควร จึงจะสามารถรับและส่งลูกปิงปองได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันกีฬาประเภทนี้ก็ได้ถูกบรรจุไว้ในการแข่งขัน กีฬาระดับโลก อีกด้วย

ประวัติความเป็นมาของ กีฬา ปิงปอง

ประวัติ กีฬา ปิงปอง  หลายๆท่านรู้จัก ว่ากีฬาปิงปอง ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ.2433 ซึ่งเริ่มแรกนั้นจะใช้ไม้หุ้มหนังสัตว์ตีกับลูกเซลลูลอยด์ โดยระหว่างตีจะเกิดเสียงดัง ‘ปิก-ป๊อก’ ทำให้กีฬาประเภทนี้ถูกเรียกว่าปิงปองตามเสียงที่เกิดขึ้นนั่นเอง

จากประวัติ ปิงปองที่มีการบันทึกไว้โดยกล่าวว่าหลังจากกีฬาปิงปองก็เริ่มมีการแพร่กระจายไปสู่ประเทศต่างๆ และมีการเล่นกันอย่างแพร่หลาย โดยเริ่มจากกลุ่มประเทศในยุโรปก่อน และในปี พ.ศ.2443 ก็ได้มีการเปลี่ยนไม้ปิงปองจากไม้หุ้มหนังสัตว์มาเป็นไม้ติดยางเม็ดแทน และจากประวัติ ปิงปองก็มีมีการเปลี่ยนมาใช้ชื่อเทเบิลเทนนิสในปี พ.ศ.2469 แต่อย่างไรก็ยังคงเรียกกีฬาชนิดนี้ว่าปิงปองกันอย่างแพร่หลายอยู่ดี ชื่อเทเบิลเทนนิสจึงมักจะได้ยินในการแข่งขันที่เป็นทางการเท่านั้น

ประวัติ ปิงปองในประเทศไทย

สำหรับประวัติ ปิงปองในประเทศไทย ก็พบว่าคนไทยได้ละเล่นกีฬาชนิดนี้มาอย่างช้านาน ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มรู้จักในสมัยใด แต่พบว่าในปี พ.ศ.2500 ไทยได้มีการจัดตั้งสมาคมเทเบิลเทนนิสมือสมัครเล่นแห่งประเทศไทยขึ้นมา และมีการนำมาใช้ในการแข่งขันอย่างแพร่หลายอีกด้วย

 

กฎกติกาและอุปกรณ์ ของกีฬาปิงปอง 

กีฬา ปิงปอง  เป็นกีฬาที่ อุปกรณ์และกติกาที่เข้าใจง่ายมากกว่า กีฬาอื่น ๆ เริ่มกันที่ อุปกรณ์ กีฬา ปิงปอง   ที่มีเพียง4อย่างเท่านั้น 

  1. 1. โต๊ะปิงปอง  โต๊ะปิงปอง นั้นมี “พื้นผิวโต๊ะ” เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความยาว 74 เมตร ( 9 ฟุต) ความกว้าง 1.525 เมตร ( 5 ฟุต) และจะต้องสูงได้ระดับ โดยวัดจากพื้นที่ตั้งขึ้นมาถึงพื้นผิวโต๊ะสูง 76 เซนติเมตร ( 2 ฟุต 6 นิ้ว ) พื้นผิวของบนโต๊ะทั้งหมดไม่รวมขอบด้านข้าง ทำจากวัสดุใด ๆ ก็ได้ แต่จะต้องมีความกระดอนสม่ำเสมอ เมื่อเอาลูกเทเบิลเทนนิสมาตรฐานทิ้งลงในระยะสูง 30 เซนติเมตร ลูกจะกระดอนขึ้นมาประมาณ 23 เซนติเมตร และจะต้องมีสีเข้มสม่ำเสมอและเป็นสีด้านไม่สะท้อนแสง ขอบด้านบนของพื้นผิวโต๊ะทั้ง 4 ด้านจะทางด้วยสีขาว มีความกว้าง 2 เซนติเมตร เส้นของพื้นผิวโต๊ะด้านยาว 2.74 เมตรทั้งสองข้างเรียกว่า “เส้นข้าง” เส้นของพื้นผิวโต๊ะด้านกว้าง 1.525 เมตร ทั้งสองข้างเรียกว่า “เส้นสกัด” พื้นผิวโต๊ะจะถูกแบ่งออกเป็นสองแดนเท่าๆ กัน กั้นด้วยเน็ตซึ่งขึงตั้งฉากกับพื้นผิวโต๊ะ และขนานกับเส้นสกัดโดยตลอด
  2. เสาและผ้าเน็ตปิงปอง ควรดูที่ความแข็งแรงของขาเหล็กและความมั่นคงของตัวยึดเสาเน็ตเข้ากับโต๊ะปิงปองเป็นอันดับแรก เมื่อติดตั้งเสาเข้ากับโต๊ะปิงปองจะต้องไม่โยกเยกไปมา  จากนั้นจึงเลือกที่ผ้าเน็ตปิงปอง ซึ่งควรจะมีเชือกร้อยกลางตลอดทั้งผืน และสามารถยึดเข้ากับเสาเน็ตได้อย่างแน่น เพื่อป้องกันมิให้ผ้าเน็ตหย่อนหรือไม่ตึง เพราะจะส่งผลถึงการกระดอนของลูกปิงปองที่ตีมาโดนส่วนบนของผ้าเน็ตได้
  3. ลูกปิงปอง ตามที่สมาคม เทเบิล เทนนิสกำหนดให้ลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องกลมและมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร และจะต้องมีน้ำหนัก 2.7 กรัม ทำด้วยเซลลูลอยด์หรือวัสดุพลาสติกอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน มีสีขาว สีเหลือง หรือสีส้ม และเป็นสีด้าน ที่ใช้สำหรับแข่งขันจะต้องเป็นยี่ห้อและชนิดที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติเท่านั้น และจะต้องระบุสีของลูกที่จะใช้แข่งขันลงในระเบียบการแข่งขันทุกครั้ง
  4. ไม้ ปิงปอง หน้าไม้ปิงปองเป็นแบนเรียบและแข็ง อย่างน้อยที่สุด 85% ของความหนาของไม้ จะต้องทำด้วยไม้ธรรมชาติ ชั้นที่อัดอยู่ติดภายในหน้าไม้ ซึ่งทำด้วยวัสดุอื่นใด เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ , กลาสไฟเบอร์ หรือกระดาษอัดจะต้องมีความหนาไม่เกิน 7.5 % ของความหนาทั้งหน้าไม้หรือไม่เกิน 0.35 มิลลิเมตร สุดแท้แต่กรณีใดจะมีค่าน้อยกว่า หน้าไม้เทเบิลเทนนิสด้านที่ใช้ในการตีลูกจะต้องมีวัสดุปิดทับ วัสดุนั้นจะเป็นยางเม็ดธรรมดาแผ่นเดียวกัน โดยหันเอาเม็ดออกมาด้านนอกและไม่มีฟองน้ำรองรับ แผ่นยางชนิดนี้เมื่อปิดทับหน้าไม้และรวมกับกาวแล้วจะต้องมีความหน้าทั้งสิ้นไม่เกิน 2 มิลลิเมตร หรือแผ่นยางแผ่นเดียวกันชนิดมีฟองน้ำรองรับโดยจะหันเอาเม็ดอยู่ด้านในหรือเอาเม็ดอยู่ด้านนอกก็ได้ ยางชนิดนี้เมื่อปิดทับหน้าไม้และรวมกับกาวแล้วจะต้องมีความหนาทั้งสิ้นไม่เกิน 4 มิลลิเมตร

แผ่นยางเม็ดธรรมดา จะต้องเป็นชิ้นเดียวและไม่มีฟองน้ำรองรับจะทำด้วยยางหรือยางสังเคราะห์ มีเม็ดกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 10 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนติเมตร และไม่มากกว่า 50 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนติเมตร

แผ่นยางชนิดมีฟองน้ำ ประกอบด้วยฟองน้ำชิ้นเดียวปิดคลุมด้วยแผ่นยางเม็ดธรรมดาชิ้นเดียว ซึ่งความหนาของแผ่นยางธรรมดานี้จะต้องมีความหนาไม่เกิน 4 มิลลิเมตร

ในส่วนของ กติกา กีฬาปิงปอง นั้น ผู้เล่นที่สามารถทำคะแนนในการแข่งขันได้ถึง 11 คะแนนก่อนฝ่ายตรงข้าม จะถูกตัดสินให้เป็นผู้ที่ชนะในไปในเกมรอบนั้นโดยทันที

การหาผู้เสิร์ฟคนแรกจะใช้การตัดสินโดยการโยนเหรียญ

การเสิร์ฟ ผู้เล่นจะต้องเสิร์ฟด้วยวิธีการเปิดฝ่ามือ และลูกปิงปองจะต้องถูกโยนสูงขึ้นไปบนอากาศไม่ต่ำกว่า 6 นิ้ว

ในกรณีที่ผู้เล่นทั้งสองฝั่งทำคะแนนเท่ากันที่ 10 คะแนน ผู้เล่นทั้งสองจะต้องแข่งขันกันต่อไป เพื่อหาผู้ชนะที่สามารถทำคะแนนนำได้ก่อน 2 คะแนน

การสลับฝั่ง จะทำทุกครั้งเมื่อจบเกม

ในการแข่งขันเกมสุดท้าย ผู้ที่เป็นฝั่งรับ จะต้องเปลี่ยนฝั่งในทันที หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำคะแนนนำได้ก่อน 5 คะแนนขึ้นไป