กีฬา พื้นบ้าน คืออะไร 

กีฬา พื้นบ้าน คืออะไร

 กีฬา พื้นบ้าน หรือที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า กีฬาพื้นเมือง ได้ถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถช่วยส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ในการสืบทอดมรดกไทยได้อีกอย่างหนึ่ง และได้มีมาตั้งแต่สมัยของกรุงสุโขทัยจนถึงสมัยปัจจุบันนี้ เป็นกิจกรรมกีฬา ที่ไม่ได้ใช้ อุปกรณ์ในการเล่นอะไรมากมายสามารถหาได้ง่ายตามหมู่บ้านหรือชุมชนในชนบท อาจทำได้ด้วยสิ่งวัสดุต่างๆ เช่น กะลามะพร้าว ใช้ในการแข่งขันวิ่งกะลา  ก้อนหินใช้ในการแข่งขันเล่นหมากเก็บ และไม้ไผ่

ใช้เล่นในการแข่งขันวิ่ง หรือเดินขาโถกเถก ฯ จะเห็นว่าเป็นกิจกรรมกีฬา ที่แข่งขันกันเพื่อความสนุสนาน และความสามัคคีในหมู่คณะ และเป็นการแข่งขันที่เล่นกันแบบอิสระ และเป็นการแข่งขันด้วยความสมัครใจของผู้เล่นเอง ไม่มีการบังคับในการเล่น มีกฎกติกาที่ไม่บังคับอะไรมากมาย แต่ก็อยู่ระเบียบ จะเน้นในเรื่องของความสนุกสนาน กันมากกว่า การแพ้หรือชนะ เล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

กีฬาพื้นบ้าน หรือกีฬาพื้นเมือง เป็นการละเล่นกีฬาที่นิยมเล่นกันในแต่ละภาคแต่จะมีวิธีการเล่นที่แตกต่างกันออกไป ของแต่ละชุมชน แต่สถานที่ในการละเล่นกีฬา สามารถแบ่งออกได้เป็นสอง ประเภท คือกีฬากลางแจ้งและกีฬาในร่ม  ในช่วงของการละเล่นส่วนมากแล้วจะนิยมเล่นกันในช่วงเทศกาล เช่น เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลส่งท้ายปีเก่า

ต้อนรับปีใหม่และเทศกาลตรุษจีนและอีกในหลายๆ เทศกาลของไทย  หรือในช่วงที่เป็นเวลาว่างจากการงาน เช่นหมดฤดูกาลของการทำนา ทำไร่ จะเล่นเพื่อเป็นการออกกำลังกายและพักผ่อนไปในตัว รวมทั้งทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และยังช่วยทำให้เกิดความรัก ความอบอุ่นอีกด้วย

การละเล่นกีฬาพื้นบ้าน หรือกีฬาพื้นเมือง ของไทยเราในอดีตของสมัยสุโขทัย ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีเล่นให้เห็นอยู่บ้างในการละเล่นของเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ในบางกลุ่ม เช่นการละเล่นของเด็ก คือ การแข่งขันวิ่งเปี้ยว  การเล่นโป้งแปะ  การเล่นว่าว  การเล่นหมากเก็บ และการเล่นกระโดดเชือก ฯ  ส่วน การละเล่นกีฬาพื้นบ้านพื้นเมืองของผู้ใหญ่ คือ  การแข่งขันเรือยาว  มวยไทย  มวยทะเล   การเล่นหมากรุก ชนไก่ ฯ 

 

กีฬาพื้นบ้านของประเทศไทย 

 กีฬา พื้นบ้าน ของไทยเรามีความเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กับชาติอื่น ๆ อีกทั้งบางกีฬายังโด่งดังไปทั่วโลก วันนี้เราจะมายกตัวอย่าง กีฬาพื้นบ้านไทย ที่อยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนาน 

มวยไทย    ภูมิปัญญาไทยที่สร้างความตื่นใจไปทั่วโลก บ่งบอกถึงการต่อสู้ที่มีพิษสงรอบตัวของบรรพบุรุษไทย ที่ได้นำศิลปะการใช้ส่วนต่างๆของร่างกาย ให้เป็นอาวุธที่ทั้งรุนแรงและสวยงาม มวยไทยเป็นการต่อสู้และการป้องกันตัวด้วยมือเปล่า นักมวยต้องสวมนวมที่มือ สวมกางเกงขาสั้นและใส่กระจับ ส่วนผู้ใดจะสวมปลอกรัดข้อเท้า

และมีเครื่องลางของขลังผูกไว้ที่แขนท่อนบนก็ได้ ในการแข่งขันมีผู้ตัดสินชี้ขาดอยู่บนเวที 1 คน มีผู้ตัดสินให้คะแนนอยู่ข้างเวที 2 คนผู้จับเวลา 1 คน และแพทย์ประจำเวที 1 คน จำนวนยกในการแข่งขัน 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที อวัยวะที่ใช้ในการแข่งขันได้คือ หมัด เท้า เข่า ศอก ศีรษะ เข้าต่อสู้ทำอันตรายฝ่ายตรงข้าม ขณะเดียวกันก็ปิดป้องตัวเองด้วย

ว่าวไทย    ศิลปะการเล่นกับสายลมบนฟ้า เพียงโครงไม้ไผ่ กระดาษสาและด้ายป่าน อาศัยจังหวะของสายลมกับความชำนาญ เกิดเป็นศิลปะการแข่งขันบนสนามท้องฟ้าว่าวที่ใช้แข่งขันคือว่าวจุฬา ที่มีขนาดดอกตั้งแต่ 80 นิ้วขึ้นไป บางตัวยาวถึง 2 เมตร ส่วนว่าวปักเป้าจะมีขนาดเพียง 34.5 นิ้ว ถือว่าว่าวจุฬาได้เปรียบว่าวปักเป้าทั้งขนาดรูปร่างและอาวุธ

จึงมีกติกาว่าต้องต่อให้ว่าวปักเป้า 2 ต่อ 1 เวลาแข่งขันว่าวจุฬาจะอยู่เหนือลม มีเส้นกั้นเขตระหว่าง 2 ฝ่าย และห้ามผู้เล่นของแต่ละฝ่ายล้ำแดนกัน ขณะแข่งขันมีการไขว่คว้าโฉบเฉี่ยวกัน ต่อเมื่อสายป่านตัดกันกับคู่ต่อสู้จนขาดและตกลงพื้นดิน กลับขึ้นท้องฟ้าอีกไม่ได้ หรือตกในเขตของคู่ต่อสู้ก็นับว่าแพ้ด้วยเช่นกัน

ชักเย่อ  กีฬาที่ผนึกความสามัคคี ออกแรงดึงเชือกพร้อม ๆกัน ให้อีกฝ่ายหนึ่งก้าวล้ำมาในแดนของเรา นั่นคือชัยชนะของความสามัคคีแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่ายๆละกี่คนก็ได้ ตามแต่จะตกลงกัน เมื่อแบ่งพวกได้แล้วก็ขีดเส้นแบ่งแดน หัวแถวของทั้งสองฝ่ายเหยียดแขนจับเชือก ยึดแนวขนานกับพื้นทั้งสองมือ เชือกจะขนานกับพื้นและเส้นแบ่งแดน ผู้เล่นแต่ละฝ่ายจับเชือกจากหัวแถวเรียงต่อ ๆกัน เมื่อเริ่มเล่นต่างฝ่ายต่างต้องพยายามดึงให้ฝ่ายตรงข้ามหลุดล้ำเลยเข้ามาในแดนตน ฝ่ายใดหลุดล้ำถือเป็นฝ่ายแพ้

มวยทะเล เป็น กีฬาพื้นเมืองภาคใต้ ในสมัยก่อน เล่นแพร่หลายในแทบทุกจังหวัด เช่น พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา เป็นต้น แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเริ่มเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พบว่ามีการเล่นกันในปี พ.ศ. ๒๔๔๙ โดยจัดให้เป็นกีฬาที่มีการสอนแก่นักเรียนนายร้อยในสมัยนั้น (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, ๒๕๑๐: ๓๙ – ๔๐) มวยทะเล มีการสันนิษฐานว่า

ดัดแปลงมากจากการชกมวยไทยที่เป็นที่นิยมกันมานานแล้ว นำมาเล่นกันบริเวณชายหาดหรือในทะเล แล้วชกต่อยกันให้ฝ่ายใดตกทะเล จึงเรียกว่า มวยทะเล ทหารเรือนิยมจัดให้มีการแข่งขันกีฬามวยทะเล เนื่องจากได้ฝึกการต่อสู้และยังฝึกการว่ายน้ำเอาตัวรอดด้วย ชาวบ้านในภาคใต้นิยมเล่นสนุกสนานกันในเทศกาลตรุษจีน สงกรานต์ หรืองานรื่นเริงต่าง ๆ เล่นกันเฉพาะในหมู่ผู้ชายทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ในปัจจุบันยังมีการเล่นกีฬาชนิดนี้อยู่บ้าง

 

กีฬา พื้นบ้าน ในซีเกมส์ครั้งที่27

 กีฬา พื้นบ้าน ที่พม่าบรรจุเข้าแข่งขันในซีเกมส์ครั้งที่ 27 หลายคนอาจจะไม่รู้จักมาก่อน เพราะแม้แต่ชื่อก็ยังเรียกยาก เป็นที่น่าสังเกตว่า กีฬาพื้นบ้านที่บรรจุเพิ่มในครั้งนี้เป็นว่า กีฬาพื้นบ้านอินโดนีเซีย และ เวียดนาม

ย้อนไปดูเจ้าภาพ พม่าหรือเมียนมาร์เคยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์สมัยยังใช้ชื่อ กีฬาแหลมทอง มาแล้วสองครั้งในปี ๒๕๐๔ และ ๒๕๑๒  เป็นสองครั้งที่พม่าครองตำแหน่งเจ้าแหลมทอง ทำเหรียญทองเป็นอันดับ ๑  เวลาผ่านไป ๔๔ ปีพม่าเปิดบ้านต้อนรับมหกรรมกีฬาแห่งภูมิภาคอาเซียนอีกคำรบ ระหว่าง ๑๑-๒๒ ธันวาคมนี้

สายตาชาติตะวันตกและชาติเอเชียด้วยกันเองมองว่าซีเกมส์ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง

นอกจากเป็นการประเดิมกีฬาระดับนานาชาติครั้งแรกในรอบเกือบครึ่งศตวรรษของเจ้าภาพแล้ว ยังถือเป็นงานใหญ่งานแรกหลังจากเปิดประตูสู่ประชาคมโลก…พร้อมจะก้าวตามครรลองประชาธิปไตย และถือเป็นการฉลองเมืองหลวงใหม่ “เนปิดอว์” ที่ใช้เป็นเมืองหลักในการแข่งขันไปในตัว

ซีเกมส์ครั้งที่ 27 ที่พม่าปลายปีนี้ ได้บรรจุกีฬาเข้าแข่งขัน 33 ชนิดกีฬา แบ่งเป็นกลุ่ม 1 กีฬาบังคับมี 2 ชนิด คือ ว่ายน้ำ และกรีฑา กลุ่ม 2 กีฬาสากลที่มีในเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิก 23 ชนิด และกลุ่ม 3 กีฬาพื้นบ้าน 8 ชนิดกีฬา

กีฬาพื้นบ้าน 8 ชนิดนี้ บางชนิดคนไทยอาจคุ้นเคย เช่น เพาะกาย, มวย, เปตอง หรือหมากรุกสากล บางชนิดอาจเคยได้ยินมาบ้าง เช่น ปันจักสีลัต แต่บางชนิดเชื่อว่าหลายคนไม่รู้จัก เช่น โชรินจิ-เคมโป้ ( กีฬาพื้นบ้านญี่ปุ่น ) และโววีนั่ม

สำหรับโชรินจิ เคมโป้ หรือ เคมโป้ เป็นศิลปะการต่อสู้ประเภทหนึ่งของญี่ปุ่น มีรากฐานมาจากมวยจีน นำมาผสมผสานกับเทควันโด, ยูโด และ คาราเต้ ซึ่งการแต่งตัวก็มีลักษณะคล้ายกันด้วย ส่วนการออกอาวุธจะใช้ทั้งการเตะ, ต่อย,ทุ่ม, บิด, ล็อก ตัดสินแพ้ชนะด้วยคะแนน แบ่งการแข่งขันเป็นรุ่นน้ำหนัก ได้รับความนิยมในอินโดนีเซีย, เวียดนาม , ติมอร์ เลสเต้ และ บรูไน โดยในอินโดนีเซียมีคนเล่นกีฬาชนิดนี้กว่า 4 แสนคน

ส่วนโววีนั่ม เป็นศิลปะป้องกันตัวที่นิยมเล่นในเวียดนาม มีการผสมผสานกันของกีฬาหลากหลายชนิดในแถบเอเชีย ใกล้เคียงทั้งเทควันโด มวยไทย มวยจีน และวูซู แบ่งออกเป็น 2 ยก ยกละ 3 นาที ผู้เล่นสามารถต่อยหน้าได้ แต่ต้องใช้นวม ห้ามเตะหรือต่อยขา หากสามารถทำท่ากระโดดล็อกคอ หรือ กระโดดหนีบคอฝ่ายตรงข้ามจนล้มลงมาได้ก็จะถือว่าชนะ ลักษณะการเล่นแบบกดล็อกนี้ จึงกลายมาเป็นจุดเด่นที่สำคัญของกีฬาชนิดนี้ สำหรับกีฬาทั้ง 2 ประเภทนี้ถูกรวมอยู่ในกีฬามาเชียลอาร์ต

ปุ่มแชร์กิจกรรม