กีฬา แห่ง ชาติ คืออะไร 

 กีฬา แห่ง ชาติ กีฬาแห่งชาติภาษาอังกฤษ คือ  Thailand National Games เป็นการแข่งขันมหกรรม กีฬาหลากหลาย ชนิดระหว่างภูมิภาคในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีการจัดขึ้นในทุก ๆ 2 ปี เริ่มกำหนดการแข่งขันโดย องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (อสกท) ตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรก ถึง ครั้งที่ 19 และตั้งแต่กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 20 เป็นต้นมา บริหารจัดการแข่งขันโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท) และยังถือได้ว่าเป็นการแข่งขันกีฬาหลากชนิด ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ

การแข่งขันนั้นเริ่มต้นครั้งแรกด้วยกีฬาเพียง 5 ชนิดกีฬา และนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันเพียง 716 คน จนมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงมากกว่า 12,000 คน จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 ประจำปี พ.ศ. 2560 ได้มีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 12,593 คน แบ่งเป็นนักกีฬาชายจำนวน 6,971 คน และนักกีฬาหญิงจำนวน 5,622 คน เข้าชิงชัย 691 รายการใน 45 ชนิดกีฬา

ในประวัติศาสตร์ของกีฬาแห่งชาติ มีจังหวัดเจ้าภาพจัดการแข่งขันแล้ว 26 จังหวัด โดยมี 77 จังหวัดเข้าร่วม โดยมีจังหวัดบึงกาฬได้เข้าร่วม กีฬา แห่ง ชาติแห่งชาติเป็นจังหวัดล่าสุด ซึ่งเข้าร่วมเป็นคราวแรกในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 40 ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ได้เป็นเจ้าภาพมากถึง 4 ครั้ง 

กีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 หรือ การแข่งขัน กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 1 เป็นการแข่งขัน กีฬาหลายชนิด ระดับประเทศของประเทศไทยซึ่งจัดเป็นครั้งแรก จัดการแข่งขันโดยองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 – 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 ที่จังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน)

โดยการแบ่งเขตการแข่งขันเป็น 5 เขต ตามความสะดวกของการคมนาคม การแข่งขันนี้มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันประมาณ 800 คน และนักกีฬาที่มาความสามารถจะได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนของประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

โดยกีฬาแห่งชาติครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย คือ กีฬาแห่งชาติจังหวัดเชียงราย  ระหว่างวันที่ 18 ถึง 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 และการแข่งขันครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ใน พ.ศ. 2563

 

ประวัติความเป็นมาของ กีฬา แห่ง ชาติ 

 กีฬา แห่ง ชาติ  เดิมเรียกว่า “กีฬาเขตแห่งประเทศไทย” จัดโดยองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (อสกท.; ปัจจุบันคือ การกีฬาแห่งประเทศไทย; กกท.) เพื่อคัดเลือกผู้แทนนักกีฬาจากประเทศไทยไปแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 โดยกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 จัดการแข่งขันที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 ถึง 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 แบ่งการแข่งขันเป็นเขต จึงใช้ชื่อการแข่งขันว่า กีฬาเขตแห่งประเทศไทย โดยการแข่งขันครั้งแรก แบ่งกลุ่มนักกีฬาออกเป็น 5 เขตจากภูมิภาคต่างๆ

หลังจากนั้น เมื่อจัดแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทยครั้งต่อ ๆมามีการแก้ไข มา จึงมีการปรับเพิ่มกลุ่มนักกีฬาตามเขตภูมิภาค ขึ้นเป็นลำดับตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในการแข่งขันกีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5 ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 10 เขต โดยแยกกรุงเทพมหานครออกมาจากเขต 1 เป็นเขต 10

ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 คณะกรรมการ อสกท.มีมติให้เปลี่ยนไปใช้ชื่อใหม่ว่า “กีฬาแห่งชาติ” เริ่มตั้งแต่การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ประจำปี พ.ศ. 2527 พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการแข่งขันเพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่วงการกีฬาของชาติ[1][2]

ต่อมาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย รับเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาแห่งชาติ โดยปรับลดกำหนดแข่งขันจากจัดการแข่นขันทุก 1 ปี ไปเป็นทุก 2 ปี และปรับปรุงการแบ่งกลุ่มนักกีฬา จากเดิมที่แบ่งตามภูมิภาคจำนวน 10 เขต มาเป็นแบ่งตามจังหวัดจำนวน 76 จังหวัด

หลังจากการแข่งขันทุก 2 ปี ซึ่งจัดทั้งหมด 3 ครั้ง คือ กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 33 กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 34 และ กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 35 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2549 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ กกท.ปรับกำหนดจากจัดการแข่งขันทุก 2 ปี ไปเป็นทุก 1 ปีตามเดิม ในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 36 โดยให้เหตุผลเพื่อความต่อเนื่องในการพัฒนาวงการกีฬา แต่ยังแข่งขันในนามจังหวัดเหมือนเดิม จากนั้นในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 40 มีการเพิ่มกลุ่มนักกีฬาขึ้นจาก 76 จังหวัดเป็น 77 จังหวัด เนื่องจากมีการก่อตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้นมาใหม่

วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 การประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย มีมติให้ปรับลดกำหนดแข่งขันจากจัดการแข่นขันทุก 1 ปี ไปเป็นทุก 2 ปี และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบด้วย เพื่อให้นักกีฬาได้มีเวลาในการเตรียมตัว ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ เนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขันกีฬาทั้งในและต่างประเทศหลายรายการ ทำให้การเตรียมตัวของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันซ้ำซ้อนกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการฝึกซ้อมและงบประมาณในการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อความสอดคล้องกับการแข่งขันกีฬาหลายรายการทั้งในและต่างประเทศเหล่านั้น โดยจะเริ่มในการแข่งขัน กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 46 เพื่อให้สลับกับกีฬาซีเกมส์

 

กองทุนพัฒนาการ กีฬาแห่งชาติ

 กีฬา แห่ง ชาติ  มีกองทุนพัฒนาการ ชื่อว่า กองทุน พัฒนาการ กีฬา แห่ง ชาติ  ความเป็นมาของกองทุนที่จัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี (เกิดขึ้นก่อนพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558)

สืบเนื่องจากรัฐบาล ได้เล็งเห็นความสำคัญต่อการสนับสนุนการพัฒนากีฬาของชาติ ให้มีศักยภาพและสามารถดำเนินกิจการส่งเสริมกีฬาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้กับรัฐสภา เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 กำหนดมาตรการเร่งรัดพัฒนามาตรฐานการกีฬาของประเทศอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการส่งเสริมสวัสดิการบำรุงขวัญและกำลังใจของนักกีฬา หรือส่งเสริมการกีฬาของประเทศให้สู่มาตรฐานสากล ประกอบกับ สมาคมกีฬามีปัญหาหลักต้องเร่งแก้ไข

โดยเฉพาะปัญหาด้านงบประมาณสนับสนุนสมาคมกีฬาที่ได้รับจากภาครัฐบาลไม่เพียงพอสำหรับการบริหารงาน และดำเนินกิจกรรมกีฬาให้มีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น การนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์) ประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในขณะนั้น จึงได้เสนอเรื่อง “การจัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ” ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้จัดตั้งกองทุน โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ การกีฬา แห่งประเทศไทย

อนึ่ง ในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งนี้ จะไม่กระทบกระเทือนการบริหารงานของการกีฬาแห่งประเทศไทย แต่จะเป็นการเสริมให้การบริหารงานการกีฬาโดยรวมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งกองทุน เป็นหน่วยงานที่จัดอยู่ในประเภทเพื่อการสนับสนุนส่งเสริม ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด มีภารกิจให้การสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนากีฬาชาติไปสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐบาลปีละไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท  (มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2550 เห็นชอบให้เงินงบประมาณประจำปี ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท ทั้งนี้ ให้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในแต่ละปี โดยสอดคล้องกับกิจกรรมทางด้านกีฬาที่กองทุน

ต้องสนับสนุนตามระเบียบหลักเกณฑ์

ต่อมาการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้นำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท โดยมีหนังสือเรียน ราชเลขาธิการ เรื่อง ขอพระราชทาน “ชื่อกองทุน” ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งกองทุน มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสนับสนุนกีฬาของชาติ ตลอดจนเพื่อพัฒนาองค์กรกีฬาและสมาคมกีฬาให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากเห็นว่าการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว จะสามารถเอื้อประโยชน์ต่อ วงการกีฬาของชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้น เพื่อเป็นสิริมงคลต่อการบริหารจัดการ กองทุน จึงได้ขอพระราชทานชื่อกองทุน ในการนี้ ราชเลขาธิการ ได้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อกองทุน ว่า “กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ” ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2545”