ประวัติ กีฬา แชร์บอล และความเป็นมาของ

 ประวัติ กีฬา แชร์ บอล แชร์บอล นับได้ว่าเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ในการออกกำลังกายได้อย่างดี เนื่องจากสามารถเล่นบนพื้นที่จำกัดและเล่นได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง อีกทั้งกติกาการแข่งก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย อุปกรณ์ก็มีราคาถูกและหาได้ง่าย และที่สำคัญยังสามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่ากีฬาแชร์บอลนิยมเล่นและจัดแข่งขันกันในระดับโรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย ที่มาของกีฬาแชร์บอล กีฬาแชร์บอล ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีกำเนิดหรือเล่นกันมาตั้งแต่เมื่อใด แต่ทั้งนี้ ตั้งแต่ในอดีต กีฬาแชร์บอลเป็นเกมกีฬาที่มุ่งเน้นการปลูกฝัง หรือเป็นการปูพื้นฐานการเล่นกีฬาจำพวกบาสเกตบอล แฮนด์บอล หรือ กีฬาประเภทอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะด้านการเคลื่อนไหว รวมถึงทักษะการฝึกฝนเบื้องต้นด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการฝึกความพร้อมของร่างกายและจิตใจ

กีฬาแชร์บอล เป็นกีฬาที่มีวิธีเล่นไม่ซับซ้อนมากนักและเป็นกีฬาพื้นฐานของกีฬาประเภทอื่น ๆ เช่น บาสเกตบอล แฮนด์บอล เป็นต้น

กีฬาแชร์บอล จะทำให้ผู้เล่นได้รับประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

นำทักษะพื้นฐานไปปรับใช้เล่นกับกีฬาชนิดอื่น ๆ ได้

ทำให้ผู้เล่นเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน

ทำให้ฝึกความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี

ทำให้ร่างกายแข็งแรง

ทำให้ผู้เล่นมีไหวพริบดี สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

กีฬาแชร์บอล เป็น กีฬาที่เล่นเป็นทีม ดังนั้นอาจเกิดการปะทะกันได้แล้วทำให้ผู้เล่นบาดเจ็บ เนื่องจากผู้เล่นทั้งสองฝ่ายต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วในพื้นที่จำกัด ดังนั้น เราจึงควรคำนึงถึงความปลอดภัย ดังนี้

ตรวจความพร้อมของสภาพสนาม เช่น พื้นสนามต้องเรียบพื้นสนามต้องแห้ง และบริเวณสนามต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง เป็นต้น

ไม่ควรไว้เล็บยาว เพราะขณะรับลูกบอลอาจถูกเล็บฉีกหักหรือขาดได้ง่าย

ไม่ควรสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อย เป็นต้น เพราะอาจไปถูกผู้อื่นจาได้รับบาดเจ็บได้

สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป และรองเท้าที่สวมควรเป็นรองเท้าผ้าใบที่มีเชือกร้อย

ก่อนการเล่นทุกครั้ง ควรอบอุ่นร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายและจิตใจพร้อมที่จะเล่น

 

ประวัติ กีฬา แชร์บอล และอุปกรณ์ของกีฬาแชร์บอล 

  ประวัติ กีฬา แชร์ บอล มีที่มาหลากหลายทิศทางในหลายประเทศการเล่นแชร์บอลเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในประเทศไทย ประวัติกีฬาแชร์บอล ในประเทศไทย มีคร่าวๆดังนี้ ผู้ที่คิดค้นกีฬาแชร์บอลขึ้นมาคือ พันเอกมงคล พรหมสาขา ณ สกลนคร และได้มีการพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ กีฬาแชร์บอลเป็นกีฬาพื้นฐานของ กีฬาหลาย ๆ ชนิด เช่น บาสเกตบอล แฮนด์บอล และเนตบอล เป็นกีฬาที่เล่นง่าย ไม่จำกัดเพศ และสถานที่เล่น อีกทั้งอุปกรณ์ในการเล่นสามารถนำวัสดุต่าง ๆ รอบตัวมาดัดแปลงเพื่อความเหมาะสมได้ ตั้งแต่อดีตนั้น กีฬาแชร์บอลเป็นเกมกีฬาที่มุ่งเน้นการปลูกฝังหรือเป็นการปูพื้นฐานการเล่นกีฬาจำพวก บาสเกตบอล แฮนด์บอล หรือกีฬาประเภทอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะด้านการเคลื่อนไหว ส่วน ประวัติกีฬาแชร์บอลในต่างประเทศ นั้นไม่มีที่มาที่แน่ชัดนัด

 ในส่วนของ อุปกรณ์ กีฬา แชร์ บอล  มีเพียง4อย่างเท่านั้น  คือ 

  1. สนามแชร์บอล 

1.1 สนามเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 16 เมตร (เส้นหลัง) ยาว 32 เมตร (เส้นข้าง) สนามแบ่งเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน ด้วยเส้นแบ่งแดน ขนาดสนามนี้จะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมีบริเวณเขตรอบสนามอย่างน้อย 1 เมตร ถ้าเป็นสนามในร่มความสูงจากพื้นสนามขึ้นไปไม่ควรน้อยกว่า 6 เมตร

1.2 วงกลมกลางสนาม ที่จุดกึ่งกลางของเส้นแบ่งแดน ให้เขียนวงกลมรัศมี 1.80 เมตร

1.3 เขตผู้ป้องกันตะกร้า ที่จุดกึ่งกลางของเส้นหลังทั้งสองด้าน เขียนครึ่งวงกลม รัศมี 3.00 เมตร ในสนามเล่น เขตนี้เรียกว่า เขตผู้ป้องกันตะกร้า

1.4 เส้นโทษ ถัดจากจุดกึ่งกลางเส้นหลังเข้าไปในสนาม 8.00 เมตร ลากเส้นให้ขนานกับเส้นหลังยาว 50 เซนติเมตร (โดยลากให้กึ่งกลางของเส้นอยู่ที่กึ่งกลางของความกว้าง)

1.5 เส้นทุกเส้นกว้าง 5 เซนติเมตร (สีขาว) และเป็นส่วนหนึ่งของเขตนั้น

  1. 3. เก้าอี้ เป็นเก้าอี้ชนิด 4 ขา มีความแข็งแรงมั่นคง ไม่มีพนักพิง สูง 35-40 เซนติเมตร ขนาดของที่นั่ง กว้าง 30-35 เซนติเมตร หรือเป็นเก้าอี้ที่มีขนาดใกล้เคียงและเป็นชนิดเดียวกันทั้งสองตัว เก้าอี้นี้วางไว้ที่จุดกึ่งกลางของเส้นหลัง โดยให้ขาหน้าของเก้าอี้ทั้งสองขาวางอยู่บนเส้นสนาม

4.ตะกร้า ขนาดสูง 30-35 เซนติเมตร ปากตะกร้าเป็นรูปทรงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 30-35 เซนติเมตร ทำด้วยหวายที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้เล่น หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ไม่เกิดอันตราย มีน้ำหนักเบาเท่ากัน

  1. ลูกบอล ใช้ ลูกบอลแชร์บอล หรือลูกฟุตบอลขนาดเบอร์ 4-5 หรือลูกที่ฝ่ายจัดการแข่งขันรับรอง ซึ่งฝ่ายจัดการแข่งขัน จะต้องแจ้งให้ผู้แข่งขันทราบก่อนในระเบียบการแข่งขัน

2.4 นาฬิกาจับเวลา 2 เรือน ใช้สำหรับจับเวลานอก และเวลาแข่งขัน

2.5 ใบบันทึกการเข่งขัน

2.6 ป้ายคะแนน

2.7 สัญญาณหมดเวลาการแข่งขัน (นกหวีด ระฆัง กริ่ง ฯลฯ)

2.8 ป้ายบอกจำนวนครั้งของการฟาวล์ (ถ้ามี)

 

กติกาของ กีฬาแชร์บอล

 เมื่อทราบ  ประวัติ กีฬา แชร์ บอล และอุปกรณ์การเล่นแล้ว คราวนี้เราต้องมาเรียนรู้ในส่วนของกติกาซึ่งสำคัญมากในการแข่งขัน กติกาแชร์บอล  ไม่ยุ่งยากซับซ้อนมากนัก เป็นกติกาพื้น ๆที่เข้าใจได้ง่าย 

กีฬาแชร์บอล จะมีผู้ป้องกันตะกร้า และมีกฎกติกาคือ 

ผู้ป้องกันตะกร้าเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปในเขตป้องกันตะกร้าได้

ผู้ป้องกันตะกร้าสามารถเคลื่อนที่ไปในเขตป้องกันตะกร้าพร้อมกับลูกบอลได้ในเวลา 3 วินาที

ผู้ป้องกันตะกร้าสามารถออกมาร่วมเล่นในสนามแข่งขันได้ แต่ต้องปฏิบัติตนเหมือนกับผู้เล่นในสนามทั่ว ๆ ไป

หลังจากลูกบอลลงตะกร้าจากการยิงประตู ให้ผู้ป้องกันตะกร้าส่งบอลจากแนวเส้นหลังของสนามเท่านั้น

กติการของผู้ถือตะกร้า คือ

  ต้องอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับถือตะกร้า ตลอดเวลา

สามารถเคลื่อนไหวตะกร้าได้ทุกลักษณะ

ผู้ถือตะกร้าต้องใช้ตะกร้ารับลูกบอล จากการยิงประตูเท่านั้น

สามารถช้อนลูกบอลขณะกลิ้งอยู่ในสนาม โดยต้องไม่ตกจากเก้าอี้ หรือมีส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายสัมผัสพื้นสนาม

กติกาของผู้เล่น คือ 

 ผู้เล่นสามารถ จับ ตี ปัด กลิ้ง ส่ง หรือ ขว้างลูกบอลด้วยมือ แขน ศีรษะ หรือลำตัวเหนือเอวขึ้นไป

สามารถครอบครองลูกบอลหรือกด ลูกบอลที่อยู่บนพื้นสนาม หรือโยน ลูกบอลขึ้นไปในอากาศได้ โดยใช้เวลาไม่เกิน 3 วินาท

ในกรณีที่ผู้เล่นถูกป้องกันแบบประชิด ผู้เล่นจะต้องส่งบอลภายในเวลา 3 วินาที

ถือลูกบอล และเคลื่อนไหวไปมาได้ ด้วยการหมุนตัวโดยมีเท้าหลัก

การได้คะแนน

จะนับคะแนน เมื่อผู้ยิงประตูมีเท้าหลักติดอยู่กับพื้น หรือมีทั้งสองเท้าติดอยู่กับพื้น และบอลได้ลงตะกร้า โดยผู้ถือตะกร้าต้องทรงตัวอยู่บนเก้าอี้อย่างมั่นคง

ได้คะแนนเมื่อบอลกลิ้งอยู่ในเขตผู้ป้องกันตะกร้า และผู้ถือตะกร้าสามารถใช้ตะกร้าช้อนบอลให้อยู่ในตะกร้าไว้ได้

ผู้เล่นฝ่ายป้องกันพยายามป้องกันโดยผิดกติกา ถ้าลูกบอลลงตะกร้า ให้นับว่าได้คะแนน

คะแนนที่ได้จากการยิงประตู มีค่า 2 คะแนน

คะแนนที่ได้จากการยิงโทษ มีค่าครั้งละ 1 คะแนน

ฝ่ายที่ทำคะแนนได้มากกว่าเป็นฝ่ายชนะในการแข่งขัน

เวลาการแข่งขัน

 เวลาการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 2 ครึ่ง โดยกำ หนดตามอายุของผู้แข่งขันดังนี้

อายุไม่เกิน 12 ปี ครึ่งละ 15 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที

อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ครึ่งละ 20 นาที พักระหว่างครึ่ง 5 นาที

เวลานอก ให้แต่ละทีมขอเวลานอกได้ครึ่งเวลาละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 นาที