อาเซนอล เสนอสัญญาใหม่

อาเซนอล  อาร์เซน่อล เตรียมเสนอสัญญาใหม่ให้ กรานิต ชาก้า หลังไม่ย้ายไปโรม่า  ชาก้างานดีสวนฟอร์มทีม Arsenal เตรียมเป็นกำลังสำคัญให้ปืนต่อ

กรานิต ชาก้า ดาวเตะทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ลงเล่นให้ อาร์เซน่อล มา 5 ซีซํ่นมากกว่า 220 เกมในทุกรายการ มีข่าวว่าจะย้ายไปร่วมทีมโรม่าตั้งแต่จบฤดูกาลใหม่ๆ หลังจากที่โฆเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของโรม่าประกาศอยากได้ตัวไปร่วมทีม แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดการทำสัญญาซื้อขายดังกล่าว มีการรายงานว่าทางโรม่าไม่สามารถที่จะเสนอสัญญาที่ทางนักเตะพึงพอใจได้ ทำให้ไม่เกิดการตกลงกันขึ้น เพราะทางโรม่าไม่พร้อมที่จะจ่ายค่าตัว 20 ล้านปอนด์แลกลายเซ้นของกรานิต ชาก้า และด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นกับทีมขุนพลแดนนาฬิกา ในเกมทัวร์นาเม้นท์ยูโร 2020 ที่เพิ่งจบไป ทำให้ อาร์เซน่อล อยากจะมั่นใจว่าการย้ายตัวของนักเตะในอนาคตจะมีมูลค่าที่ดีกว่านี้

การที่ อาร์เซน่อล มีข่าวว่าเตรียมขยายสัญญากองกลางวัย 28 ปี ปัจจุบันรับค่าเหนื่อย 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และเหลือสัญญาอีก 2 ปี ค่อนข้างที่จะเป็นข้อถกเถียงของแฟนบอลเดอะ กันเนอร์สไม่น้อย เพราะนักเตะโดนวิจารณ์เกี่ยวกับการชอบทำตัวเองให้ได้รับใบเหลืองแบบไม่สมเหตุสมผล แถมในตำแหน่งที่ลงเล่นก็มีแนวโน้มจะถูกเบียดจากโธมัส ปาร์เตย์ ถ้าไม่ติดว่านักเตะใหม่รายนี้เจออาการบาดเจ็บรบกวน

ขณะที่ในฤดูกาลที่แล้ว ทีม อาร์เซน่อล ถือว่าหลุดฟอร์มอย่างมาก แต่การเล่นโดยส่วนตัวของกรานิต ชาก้า ไม่ได้ตกต่ำลงพร้อมกับผลงานของทีมเลย แถมยังได้โอกาสลงเล่นไปถึง 45 เกม ก่อนจะไปเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในการพาสวิสเซอร์แลนด์เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยเฉพาะการพาทีมเขี่ยฝรั่งเศสให้ตกรอบ กรานิต ชาก้า น่าจะได้รับโอกาสจากมิเกล อาร์เตต้า กุนซือของทีมในการทวงคืนตำแหน่งในทีม อาร์เซน่อล สำหรับฤดูกาลใหม่ ซึ่งเจ้าตัวจะได้ช่วยเหลือแข้งกองกลางอย่างอัลเบิร์จ แซมบี้ โลกองก้าที่จะได้ประเดิมพรีเมียร์ ลีก ซีซั่นแรกด้วย ทั้งยังสามารถที่จะกลายเป็นพาร์ตเนอร์ของโธมัส ปาร์เต้ต่อไปเพื่อปล่อยให้ทางโลกองก้าได้ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับทีมและการแข่งขันลีกเมืองผู้ดี. สนใจแทงบอลและเล่นเกมพนันอื่นๆ เดิมพันผ่านเว็บตรง สมัครับฟรีเครดิต ฝากถอนออโต้ ไม่มีขั้นต่ำ

 

อาเซนอล

 

สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล

อาเซนอล  สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล (Arsenal Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลที่เล่นในพรีเมียร์ลีก จากย่านฮอลโลเวย์ ในกรุงลอนดอน เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลอังกฤษ โดยชนะเลิศลีกสูงสุด 13 สมัย, เอฟเอคัพ 14 สมัย (สถิติสูงสุด), ลีกคัพ 2 สมัย, เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 16 สมัย, ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย และ อินเตอร์-ซิตีส์แฟส์คัพ 1 สมัย อาร์เซนอลยังเป็นสโมสรที่เล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษติดต่อกันยาวนานที่สุด (ค.ศ. 1920–ปัจจุบัน) และเป็นสโมสรที่มีค่าเฉลี่ยการจัดอันดับในลีกทุกฤดูกาลสูงที่สุดในคริสต์ทศวรรษ 2000 มีสนามเหย้าคือเอมิเรตส์สเตเดียม

 

อาเซนอล

 

อาเซนอล ก่อตั้งขึ้นเมื่อไหร่ ?

ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1886 โดยคนงานในเขตวูลิช ในชื่อ สโมสรฟุตบอลไดอัล สแควร์ และใน ค.ศ. 1893 พวกเขาเป็นสโมสรแรกจากลอนดอนใต้ที่ได้ร่วมแข่งขันในฟุตบอลลีก ต่อมาใน ค.ศ. 1913 สโมสรได้ย้ายมายังลอนดอนเหนือ และย้ายสนามมายังอาร์เซนอลสเตเดียมในย่านไฮบรีก่อนจะเปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น อาร์เซนอล ในฤดูกาล 1914–15 ต่อมา ในช่วงทศวรรษ 1930 สโมสรชนะเลิศฟุตบอลดิวิชันหนึ่ง 5 สมัย และเอฟเอคัพ 2 สมัย และภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พวกเขาชนะเลิศดิวิชันหนึ่งอีก 2 สมัย และเอฟเอคัพอีก 1 สมัย ก่อนจะชนะเลิศฟุตบอลลีกและเอฟเอคัพในฤดูกาลเดียวกันเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1970–71 และในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1989–2005 อาร์เซนอลชนะเลิศ ลีกสูงสุด 5 สมัย และเอฟเอคัพอีก 5 สมัย และผ่านเข้าไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ 19 ฤดูกาลติตต่อกันตั้งแต่ ค.ศ. 1998–2017

เฮอร์เบิร์ต แชปแมน เป็นผู้จัดการทีมที่นำความสำเร็จมาสู่สโมสรในยุคแรก โดยพาทีมชนะเลิศการแข่งขันสามรายการในช่วงต้นทศวรรษ 1930 และเป็นผู้ปรับปรุงระบบต่าง ๆ ภายในสนาม เช่น ระบบไฟ รวมทั้งคิดค้นแผนการเล่นแบบดับเบิลยูเอ็มให้แก่วงการฟุตบอ เขายังออกแบบชุดแข่งขันของทีมด้วยการปรับแขนเสื้อให้เป็นสีขาว และยังปรับโทนสีแดงบนตัวเสื้อให้ดูสว่างยิ่งขึ้น และเป็นผู้กำหนดหมายเสื้อให้แก่ผู้เล่นในทีม

 

อาเซนอล

 

การได้แชมป์ ของ อาเซนอล

อาร์แซน แวงแกร์ เป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความเร็จมากที่สุดและคุมทีมยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร (ค.ศ. 1996–2018) โดยชนะเลิศถ้วยรางวัล 17 รายการ และเป็นผู้จัดการทีมที่ชนะเลิศเอฟเอคัพมากที่สุด 7 สมัย รวมทั้งพาทีมชนะเลิศพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2003–04 ซึ่งพวกเขาไม่แพ้ทีมใดเลยตลอด 38 นัด โดยถือเป็นทีมที่สองที่จบการแข่งขันฤดูกาลในลีกสูงสุดของอังกฤษโดยไม่แพ้ทีมใด และเป็นทีมเดียวที่ทำได้ในยุคพรีเมียร์ลีก ในช่วงเวลานั้น สโมสรยังทำสถิติไม่แพ้ในลีกติดต่อกันนานที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษจำนวน 49 นัด และเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกครั้งแรกใน ค.ศ. 2006 ซึ่งถือเป็นสโมสรแรกจากลอนดอนที่เข้าชิงชนะเลิศได้

อาร์เซนอลมีสโมสรคู่ปรับสำคัญที่ตั้งอยู่ในย่านเดียวกันคือ ทอตนัมฮอตสเปอร์ โดยการแข่งขันระหว่างทั้งสองทีมเรียกว่า ดาร์บีลอนดอนเหนือ อาร์เซนอลเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 7 ของโลก ใน ค.ศ. 2020 ด้วยมูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ และยังเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก สโมสรมีคำขวัญคือ “Victory Through Harmony” ซึ่งแปลว่า “ชัยชนะจากความเป็นหนึ่งเดียว”

 

อาเซนอล

 

ประวัติ อาเซนอล

อาเซนอล   สโมสร ฟุตบอลอาร์เซนอล เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มคนงานของโรงงานผลิตอาวุธรอยัลอาร์เซนอลในแขวงวูลิช กรุงลอนดอน ก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมาเมื่อปลาย ค.ศ. 1886 ในชื่อ ไดอัล สแควร์ การแข่งขันแรกของทีมคือเกมที่ชนะอีสเทิร์น วันเดอเรอร์ส 6–0 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1886 หลังจากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนชื่อเป็น รอยัลอาร์เซนอล และยังคงแข่งขันรายการท้องถิ่นต่อไป ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพและเปลี่ยนชื่อเป็น วูลิชอาร์เซนอล ใน ค.ศ. 1891

 

อาเซนอล

 

อาร์เซนอลได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกครั้งแรก

ค.ศ. 1893 ในดิวิชันสอง จากนั้นใน ค.ศ. 1904 ก็ได้ก้าวขึ้นมาอยู่ดิวิชันหนึ่งเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม สโมสรตั้งอยู่ในพื้นที่ ๆ คับแคบ ส่งผลให้มีจำนวนผู้ชมน้อยจนทีมประสบกับปัญหาทางการเงินอย่างหนัก นำไปสู่การประกาศขายทีมใน ค.ศ. 1910 โดยมี เฮนรี นอร์ริส นักธุรกิจเข้ามาเทคโอเวอร์ โดยในช่วงแรก นอร์ริสมีความคิดที่จะนำอาร์เซนอลรวบทีมกับสโมสรฟูลัม ซึ่งเขาเป็นเจ้าของทีมอยู่เช่นกัน แต่ไม่ได้รับการอนุมัติจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ทำให้นอร์ริสต้องหาที่ตั้งใหม่ให้กับอาร์เซนอล กระทั่งใน ค.ศ. 1913 หลังจากที่ตกชั้นลงสู่ดิวิชันสองนั้น อาร์เซนอลก็ได้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ในย่านไฮบิวรี่บริเวณลอนดอนเหนือ และเปิดใช้สนามอาร์เซนอลสเตเดียมอย่างเป็นทางการ ในปีต่อมา สโมสรได้ตัดคำว่า “วูลิช” ออกจากชื่อสโมสรจนเหลือเพียง อาร์เซนอล มาจนถึงปัจจุบัน หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และฟุตบอลลีกได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง ลีกสูงสุดอย่างดิวิชันหนึ่งก็เพิ่มจำนวนทีมเป็น 22 ทีม อาร์เซนอลซึ่งได้อันดับ 5 ของดิวิชันสองในฤดูกาล 1914–15 ได้รับการโหวตเลือกโดยสมาคมให้กลับขึ้นสู่ดิวิชันหนึ่งอีกครั้งในฤดูกาล 1919–20 แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสของสมาคมในเหตุการณ์ดังกล่าว และอาร์เซนอลไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุดอีกเลย

ต่อมาใน ค.ศ. 1925 อาร์เซนอลได้แต่งตั้งให้ เฮอร์เบิร์ต แชปแมน เป็นผู้จัดการทีม ซึ่งเขาเคยพาฮัดเดอร์สฟิลด์ทาวน์คว้าแชมป์ลีกมาแล้ว 2 สมัย ในฤดูกาล 1923–24 และ 1924–25 และแชปแมนถือเป็นคนแรกที่พาอาร์เซนอลก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในยุคแรก เขาจัดการเปลี่ยนระบบการซ้อมและนำแทคติคใหม่มาใช้ รวมถึงซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทีม เช่น อเล็กซ์ เจมส์ และ คลิฟฟ์ บานติน และยังเป็นผู้ริเริ่มการปรับปรุงระบบไฟในสนามไฮบิวรี่ ทำให้อาร์เซนอลกลายเป็นมหาอำนาจในวงการฟุตบอลอังกฤษในช่วงทศวรรษที่ 1930 โดยคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้เป็นครั้งแรก เริ่มจากแชมป์เอฟเอคัพสมัยแรกในฤดูกาล 1929–30 และคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งได้ 2 สมัยในฤดูกาล 1930–31 และ 1932–33 นอกจากนี้ แชปแมนยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนชื่อสถานีรถไฟใต้ตินที่อยู่ในย่านนั้นคือ Gillespie Road เป็นสถานี “อาร์เซนอล” ซึ่งถือเป็นสถานีรถไฟใต้ดินเพียงแห่งเดียวในสหราชอาณาจักรที่ตั้งชื่อตามสโมสรฟุตบอล

แชปแมนเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยโรคปอดบวมในช่วงต้น ค.ศ. 1934แต่หลังจากนั้น โจ ชอว์ และ จอร์จ อัลลิสัน ที่เข้ามารับตำแหน่งต่อก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน พวกเขาพาอาร์เซนอลคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งได้อีก 3 สมัย และเอฟเอคัพ 1 สมัย อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอลก็เริ่มถดถอยลงเรื่อย ๆ ในช่วงปลายทศวรรษเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลอาชีพทุกรายการในอังกฤษต้องยุติลงส่งผลให้สโมสรกลับไปประสบปัญหาการเงินอีกครั้ง

 

 

 

ปุ่มแชร์กิจกรรม