ufabet มัทเธอุสชูเลวานดอฟสกี้แข้งครบเครื่องสุด

ufabet

โลธาร์ มัทเธอุส อดีตแข้งคนดัง ระบุ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คือนักเคะที่ครบเครื่องมากที่สุดของโลกลูกหนัง โดยบอกว่าถึงแม้แข้งคนอื่นๆ จะเก่งเหมือนกัน แต่ซีซั่นก่อนมีเพียง เลวานดอฟสกี้ ที่ได้แชมป์ครบทุกรายการที่ลงแข่งโลธาร์ มัทเธอุส อดีตยอดดาวเตะชาวเยอรมัน กล่าวว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิง บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน คือนักเตะที่ครบเครื่องที่สุดของวงการฟุตบอล ufabet

ฤดูกาลก่อน เลวานดอฟสกี้

โชว์ฟอร์มได้สุดยอดจนถึงขั้นทำไป 55 ประตูจากการลงเล่นในทุกรายการ ซึ่งเขาก็ทำให้ทีมได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง จนหลายคนมองว่าถ้าปีนี้ไม่มีการยกเลิกการมอบรางวัล บัลลง ดอร์ แล้วล่ะก็ เขาก็น่าจะได้รางวัลไปครอง แต่เขาก็ยังมีลุ้นรางวัลส่วนตัวอยู่หลังจากมีชื่อเข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประจำปี 2020 ufabet

ที่จะประกาศผู้ชนะกันในวันที่ 17 ธันวาคมนี้มัทเธอุส เผยว่า “ในบรรดาชื่อที่เข้าชิงรางวัลน่ะ มันมีแค่คนเดียวที่เก่งที่สุด และคนนั้นก็คือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เขาไม่ได้เป็นแค่นักเตะแบบหมายเลข 9 ที่เก่งที่สุดในโลกอีกแล้ว แต่ โรเบิร์ต ถึงขั้นเป็นนักเตะที่ครบเครื่องและดีที่สุดในวงการฟุตบอลเลย เขาช่วยให้ เอฟเซ บาเยิร์น ได้แชมป์ครบทั้ง 5 รายการ ไม่ว่าจะเป็น แชมเปี้ยนส์ ลีก, บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ-โพคาล, เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ นอกจากนี้เขาก็ยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดใน 3 รายการแรกที่ผมพูดไปด้วย” ufabet

แน่นอน บรรดาคู่แข่งของเขาอย่าง

เมสซี่, โรนัลโด้, เนย์มาร์ และ เอ็มบั๊ปเป้ ต่างก็เป็นนักเตะชั้นยอดเหมือนกับ เลวี่ แต่ความแตกต่างก็คือเขา (เลวานดอฟสกี้) ได้แชมป์มาครบในทุกรายการ เมสซี่ น่ะไม่ได้แชมป์เลย (เมื่อฤดูกาลก่อน) ส่วน โรนัลโด้ ได้แชมป์ลีกของอิตาลี แน่นอนว่านั่นยังถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่ลีกของที่นั่นก็ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับช่วงหลายปีก่อนแล้ว” ufabet

โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานดาวเตะชาวเยอรมัน กล่าวว่าตนไม่เข้าใจเลยว่าทำไม โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงคนเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค ถึงไม่ได้รางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 2021

เลวานดอฟสกี้ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนถึงขั้นที่คนเคยมองว่าเขาควรจะได้รางวัลล บัลลง ดอร์ ในปี 2020 แต่สุดท้ายฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารชื่อดังก็ยกเลิกการมอบรางวัลในปีนั้นโดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งถึงแม้หลังจากนั้นดาวเตะชาวโปแลนด์จะยังโชว์ฟอร์มได้สุดยอด แต่สุดท้ายรางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 2021 ก็ตกเป็นของ ลิโอเนล เมสซี่ จากการที่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่งเหมือนกัน รวมถึงยังมีแชมป์ โคปา อเมริกา ติดมือด้วย

มัทเธอุส ให้สัมภาษณ์กับ สปอร์ต บิลด์ สื่อกีฬาชื่อดังของเมืองเบียร์ว่า “พูดกันตามตรงนะ หลังจากที่การตัดสินมันออกมาเป็นแบบนี้น่ะผมก็ไม่เข้าใจอีกแล้วว่าโลกของเรามันเป็นอะไรกัน ที่จริงผมให้ความเคารพ เมสซี่ และนักเตะชั้นยอดคนอื่นๆ ที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลนี้นะ แต่มันไม่มใครที่สมควรได้รางวัลมากไปกว่า เลวานดอฟสกี้ อีกแล้ว”

“ปีก่อน ฟร้องซ์ ฟุตบอล ไม่ได้มอบรางวัลให้เขา (เลวานดอฟสกี้) ถ้านับเฉพาะแชมป์ที่เขาได้กับ บาเยิร์น ในปี 2020 น่ะ มันก็ต้องบอกเลยว่าไม่มีใครที่เทียบกับเขาได้ และต่อให้คุณนับเฉพาะในปี 2021 เขาก็ยังเหนือกว่าคนอื่นๆ อยู่ดี”

-เรื่องราวของวัยรุ่น เลวานดอฟสกี้

วัยรุ่น คือวัยที่เต็มไปด้วยความทรงจำและเรื่องราวที่สามารถเอามาเล่าได้ทั้งชีวิต เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะมันคือช่วงเวลาที่คนเรากำลังเจริญพันธุ์อย่างที่สุด ฮอร์โมนต่าง ๆ ตื่นตัว บวกกับการได้ออกจากโลกที่มีแต่พ่อ-แม่และครอบครัว มาเจอกับโลกใบที่ใหญ่กว่า และที่สำคัญคือได้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร

สำหรับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นั้น เขาเป็นเด็กชาวโปแลนด์ที่โตมาในแบบของครอบครัวนักกีฬา พ่อของเขาเป็นนักฟุตบอลที่เป็นกีฬายอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศ และแม่ของเขาเป็นนักวอลเลย์บอลระดับทีมชาติ สายเลือดนักกีฬานั้นแรงกระฉูดแบบหยุดไม่อยู่ ในวัยเด็กเขาถูกฝึกให้เล่นกีฬาหลากหลายชนิดจากทั้งพ่อและแม่ ได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ในทุก ๆ ด้าน แต่อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ในข้างต้น เมื่อถึงช่วงเวลาของการเป็นวัยรุ่น เราจะเริ่มรู้ได้ว่าสิ่งไหนเหมาะกับเราอย่างที่สุด ซึ่งสำหรับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แน่นอนว่าเขาตัดสินใจแล้วว่ามันต้องเป็น “ฟุตบอล” เท่านั้น

การโตในครอบครัวนักกีฬาไม่ได้ง่ายดายอย่างที่หลายคนคิด พ่อและแม่ของ เลวานดอฟสกี นั้นสอนให้ลูกอดทนต่อความยากลำบาก เด็ก ๆ คนอื่นอาจจะได้เล่นกีฬาเพราะความสนุกและสุขภาพ แต่สำหรับเด็ก ๆ บ้าน เลวานดอฟสกี พวกเขาถูกฝึกให้เล่นกีฬาเพื่อความเป็นเลิศตั้งแต่จำความได้ดังนั้นเมื่อเขาได้มีโอกาสเลือกเมื่อโตขึ้น เขาตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ด้วยการขอออกจากสโมสรฟุตบอลประจำท้องถิ่นอย่าง Partyzant Leszno เพื่อเลือกเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพด้วยตัวเองในปี 1997 ตอนที่อายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น หลังจากนั้น เขาไปเล่นในระดับเยาวชนให้กับ MKS Varsovia Warsaw ก่อนได้รับโอกาสเล่นทีมชุดใหญ่ครั้งแรกกับ เดลตา วอร์ซอ ในปี 2005 และไม่นานจากนั้น ก็ได้เล่นให้กับทีมดังที่สุดในประเทศอย่าง เลเกีย วอร์ซอ แต่เป็นทีมสำรอง ด้วยสัญญานักเตะเยาวชน

ตอนนั้นเขาเอาไปคุยโม้กับพ่อของเขาได้เป็นวัน ๆ วาดฝันถึงอนาคต การเป็นยอดนักเตะ พาโปแลนด์ไปฟุตบอลโลกอีกครั้ง หรืออะไรก็ตาม ที่ ณ เวลานั้นหลายคนมองว่าเพ้อเจ้อ แต่พ่อของเขาเข้าใจสิ่งนี้ดี เพราะความที่เคยเป็นนักฟุตบอลและเป็นวัยรุ่นมาก่อน ว่าหลังจากนั้นไม่ถึง 1 ปี เลวานดอฟสกี ก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้กับใครฟังอีกแล้ว เพราะพ่อของเขาจากโลกนี้ไปแบบไม่มีวันกลับ ตอนที่เขาอายุย่าง 17 ปี จากนั้นเขาไม่พูดเรื่องฟุตบอลกับใครมากนัก

“โรเบิร์ต ไม่ได้พูดถึงความรู้สึกของเขาในตอนนั้นมากนัก แต่ฉันคิดว่าเขาพยายามมีสมาธิกับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพหลังจากนี้มากกว่า … น่าเสียดายที่พ่อของเราไม่ได้เห็นเขาในทุกวันนี้ ถ้าพ่อเห็นพ่อคงชอบใจ ทุกวันนี้ โรเบิร์ต ทำในสิ่งที่ฝันได้ตั้งแต่เด็ก และสิ่งที่ยอดเยี่ยมคือเขาเป็นนักฟุตบอลที่เก่งกว่าที่เขาเคยวาดฝันและคุยเอาไว้กับพ่อเมื่อตอนเขาเด็ก ๆ ด้วยซ้ำ” มิเลนา เลวานดอฟสกี น้องสาวของเขาเล่าถึงวันที่ เลวานดอฟสกี้ พยายามกับฟุตบอลมากขึ้นกว่าเดิม

ความเสียใจครั้งนี้ถือเป็นความเสียใจครั้งใหญ่ เป็นรสชาติที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ไม่เคยสัมผัส และเขาได้เจอมันเป็นครั้งแรกในช่วงวัยรุ่น แน่นอนมันทำให้เขาเจ็บปวด แต่ในทุกความเสียใจมักจะมีบทเรียนและพลังซ่อนอยู่เสมอ เขาจะทำในสิ่งที่เคยบอกกับพ่อไว้ให้ได้ แต่บางครั้งบททดสอบสำคัญก็จะมาเยือนเพื่อวัดสภาพจิตใจของคนเราว่า “ความฝันของคุณเป็นของจริงหรือไม่ ?”

หลังจากเล่นให้ เลเกีย วอร์ซอ ในทีมสำรองได้แค่ปีเดียว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ต้องลิ้มรสความเสียใจครั้งที่ 2 เมื่อเขาอายุ 18 ปี และไม่สามารถลงเล่นในระดับเยาวชนได้อีก จะต้องเซ็นสัญญาอาชีพและเล่นให้กับทีมชุดใหญ่แล้ว ทว่าเมื่อผลการประเมินของทีมโค้ชออกมา พวกเขาบอกว่า เลวานดอฟสกี ไม่ผ่าน … เขาจะไม่ได้รับสัญญาอาชีพ และจะโดนปล่อยออกจากสโมสร

“ผมตัวเล็ก เตี้ย และ ผอมมาก … ทุกคนบอกว่าหมอนี่มันเล็กเกินไปเยอะ ไม่น่าจะไปไหนได้ไกล นักบอลอาชีพคือเรื่องเกินตัว แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะ” เลวานดอฟสกี เล่าย้อนความ

ใส่ความเห็น